การเลือกซื้อประกันภัยควรเริ่มต้นจากเป้าหมายและความคุ้มครอง ที่ต้องการเป็นอันดับแรก โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นผลพลอยได้ และวางแผนเบี้ยประกันให้อยู่ในระดับที่จัดการได้อย่างราบรื่น ตลอดอายุสัญญา
ประกันลดหย่อนภาษีคืออะไร
ประกันลดหย่อนภาษีคือประกันที่ช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครอง พร้อมนำเบี้ยประกันไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ทำไมต้องทำประกันเพื่อลดหย่อนภาษี
สนใจทำประกันเพื่อลดหย่อนภาษี กรอกข้อมูลให้ผู้เชี่ยวชาญติดต่อกลับ
สิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันแต่ละประเภท
| ประเภทประกัน | วงเงินลดหย่อนสูงสุด (1) |
| ประกันชีวิต และ/หรือ ประกันสะสมทรัพย์ | สูงสุด 100,000 บาท |
| ประกันสุขภาพ และ/หรือ ประกันโรคร้ายแรง | รวมกันสูงสุด 25,000 บาท โดยเมื่อนำไปรวมกับประกันชีวิตแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท |
| ประกันบำนาญ | สูงสุด 200,000 บาท (2) |
| ประกันสุขภาพบิดามารดา | สูงสุด 15,000 บาท |
อัตราภาษีและเป้าหมายในการวางแผน (3)
| อัตราภาษี | เงินได้สุทธิโดยประมาณต่อปี | เป้าหมายของแต่ละกลุ่ม |
| 5% | 150,001 - 300,000 บาท | เริ่มต้นวางแผนภาษี สร้างวินัยการออม |
| 10% - 15% | 300,001 - 750,000 บาท | เพิ่มความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และโรคร้ายแรง เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน |
| 20% - 25% | 750,001 - 2,000,000 บาท | เริ่มวางแผนเกษียณเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต |
| 30% - 35% | มากกว่า 2,000,000 บาท | วางแผนเกษียณ สร้างความมั่งคั่ง เพื่อส่งต่อให้ครอบครัว |
แบบประกันที่เหมาะสำหรับแต่ละอัตราภาษี
| อ้ตราภาษี | แบบประกัน AIA ที่แนะนำ |
| 5% | เอไอเอ สะสมทรัพย์ 15/25 (ไม่มีเงินปันผล) ประกันสะสมทรัพย์ ครบสัญญาได้เงินก้อน |
| 10% - 15% | เอไอเอ เพย์ ไลฟ์ พลัส (ไม่มีเงินปันผล) ประกันชีวิตแนะนำให้เลือกแบบชำระเบี้ย 20 ปี เอไอเอ สะสมทรัพย์ 15/25 (ไม่มีเงินปันผล) ประกันสะสมทรัพย์ ครบสัญญาได้เงินก้อน เอไอเอ เฮลธ์ แฮปปี้ ประกันสุขภาพเหมาจ่ายยอดนิยม เอไอเอ มัลติเพย์ ซีไอ พลัส ประกันโรคร้ายแรง เคลมซ้ำได้ 11 ครั้ง |
| 20%-25% | เอไอเอ เพย์ ไลฟ์ พลัส (ไม่มีเงินปันผล) ประกันชีวิตแนะนำให้เลือกแบบชำระเบี้ย 20 ปี เอไอเอ เฮลธ์ แฮปปี้ ประกันสุขภาพเหมาจ่ายยอดนิยม เอไอเอ ซีไอ โปรแคร์ ประกันชีวิตและโรคร้ายแรง เบี้ยคงที่ ไม่จ่ายทิ้ง เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล) ประกันสะสมทรัพย์ สร้าง passive income เอไอเอ บำนาญ ได้ชัวร์ ประกันบำนาญแบบเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยฯ ได้ |
| 30% - 35% | เอไอเอ เลกาซี เพรสทีจ พลัส (ใหม่) ประกันชีวิตความคุ้มครองสูง เอไอเอ อินฟินิท แคร์ (แบบมาตรฐานใหม่) ประกันสุขภาพความคุ้มครองสูง เอไอเอ บำนาญ ได้ชัวร์ ประกันบำนาญแบบเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยฯ ได้ |
3 เรื่องต้องรู้ ก่อนทำประกันลดหย่อนภาษี
เราสามารถคำนวณคร่าว ๆ ว่าเบี้ยฯ ของประกันที่ซื้อสามารถ ลดหย่อนภาษีได้เท่าไรด้วยการเอาเบี้ยฯ ที่จ่ายจริงคูณด้วย เปอร์เซ็นต์ของฐานภาษี เช่น จ่ายเบี้ยฯ ปีละ 50,000 บาท ฐานภาษี 15% ก็จะประหยัดภาษีไปได้ปีละ 50,000 x 15% = 7,500 บาท
ประกันแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและวงเงินการลดหย่อนภาษี ที่แตกต่างกันตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร จึงต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ:
- กลุ่มที่ลดหย่อนได้เต็มสิทธิ์: ประกันชีวิตทั่วไป ประกันสุขภาพ ประกันสะสมทรัพย์ และประกันบำนาญ
- กลุ่มที่ลดหย่อนได้บางส่วน: ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) ยอดลดหย่อนจะคิดเฉพาะส่วนของค่าใช้จ่ายประกันภัย ไม่รวมส่วนเงินลงทุน
- กลุ่มที่ไม่สามารถลดหย่อนได้: ประกันที่มีระยะเวลาคุ้มครองต่ำกว่า 10 ปี หรือประกันที่อยู่นอกเหนือประเภทที่กรมสรรพากรกำหนด เช่น ประกันชดเชยรายได้
คำถามที่พบบ่อย
(1) เบี้ยประกันภัยเฉพาะส่วนที่เข้าเงื่อนไขสามารถหักลดหย่อนภาษี ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
(2) ประกันบำนาญใช้ลดหย่อนได้ตามเบี้ยฯ ที่จ่ายจริง สูงสุด 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และ เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
(3) รายได้เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้นเพื่อช่วยประเมินฐานภาษี การเลือกประกันควรพิจารณาควบคู่กับเป้าหมายทางการเงิน ความต้องการความคุ้มครอง และสิทธิลดหย่อนภาษีที่ยังเหลืออยู่ของแต่ละบุคคล
1. ประกันประเภทใดสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้บ้าง?
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ประกันโรคร้ายแรง
ประกันสะสมทรัพย์
ประกันชีวิตแบบบำนาญ
ประกันสุขภาพบิดามารดา
2. ลดหย่อนภาษีด้วยประกันได้สูงสุดเท่าไร?
ประกันชีวิต และ/หรือ ประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้รวมสูงสุด 100,000 บาท
ประกันสุขภาพและ/หรือ ประกันโรคร้ายแรง ลดหย่อนรวมได้สูงสุด 25,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิต และ/ หรือประกันสะสมทรัพย์แล้ว ลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขและวงเงินรวมการออมเพื่อการเกษียณที่กฎหมายกำหนด (2)
ประกันสุขภาพบิดามารดา ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท
3. ซื้อประกันปลายปียังใช้สิทธิลดหย่อนได้หรือไม่?
ได้ หากกรมธรรม์มีผลบังคับใช้และชำระเบี้ยประกันภายในปีภาษีนั้น โดยสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายจริงไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับปีภาษีดังกล่าวได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
4. หากมีประกันหลายฉบับ สามารถใช้สิทธิรวมกันได้หรือไม่?
ได้ สามารถนำเบี้ยประกันจากหลายกรมธรรม์มารวมกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แต่ต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดที่กฎหมายกำหนดในแต่ละประเภท
5. เอกสารใดใช้ประกอบการลดหย่อนภาษี?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องแนบเอกสารขณะยื่นภาษี หากได้ให้ความยินยอม (e-Consent) ให้บริษัทประกันนำส่งข้อมูลแก่กรมสรรพากรแล้ว แต่ควรเก็บเอกสารรับรองการชำระเบี้ยประกันหรือหนังสือรับรองจากบริษัทประกันไว้เป็นหลักฐานกรณีที่มีการตรวจสอบในภายหลัง
หมายเหตุ: สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปีภาษี
6. ควรจัดลำดับการซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีอย่างไร?
แนะนำให้เริ่มจากความคุ้มครองที่จำเป็นก่อน ได้แก่
ประกันชีวิตหรือประกันสะสมทรัพย์
ประกันสุขภาพ
ประกันโรคร้ายแรง
ประกันบำนาญ
ประกันเพื่อการวางแผนความมั่งคั่ง
7. หากมีงบประมาณจำกัด ควรเลือกความคุ้มครองแบบใดก่อน?
ควรเลือกประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพที่เหมาะกับงบประมาณก่อน เพราะช่วยสร้างหลักประกันทางการเงินและลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดจากการเจ็บป่วยหรือการสูญเสียรายได้
8. ควรเลือกประกันตามเป้าหมายการเงินหรือสิทธิภาษีก่อน?
ควรเลือกตามเป้าหมายทางการเงินและความต้องการความคุ้มครองเป็นอันดับแรก ส่วนสิทธิลดหย่อนภาษีถือเป็นประโยชน์เพิ่มเติมที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการวางแผนประกัน
9. ควรทบทวนแผนลดหย่อนภาษีบ่อยแค่ไหน?
ควรทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิต เช่น รายได้เพิ่มขึ้น แต่งงาน มีบุตร ซื้อบ้าน หรือเริ่มวางแผนเกษียณ เพื่อให้ความคุ้มครองและสิทธิลดหย่อนภาษียังคงเหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของคุณ
10. ซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีคุ้มกว่าจ่ายภาษีอย่างเดียวหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละบุคคล หากคุณต้องการทั้งสิทธิลดหย่อนภาษี ความคุ้มครอง และการวางแผนการเงินในระยะยาว การทำประกันอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าได้มากกว่าการจ่ายภาษีเพียงอย่างเดียว
11. หากมีงบประมาณจำกัด ควรซื้อประกันอะไรก่อน?
ควรเริ่มจากประกันที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของคุณก่อน เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันสะสมทรัพย์ โดยเลือกเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับรายได้และภาระทางการเงิน เพื่อให้สามารถวางแผนได้อย่างต่อเนื่อง
12. หากมีสวัสดิการบริษัทอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องทำประกันเพิ่มหรือไม่?
สวัสดิการบริษัทอาจมีข้อจำกัดด้านวงเงินคุ้มครอง และอาจสิ้นสุดเมื่อเปลี่ยนงานหรือเกษียณ การมีประกันส่วนตัวช่วยเพิ่มความอุ่นใจและสร้างความต่อเนื่องของความคุ้มครองในระยะยาว
13. ควรเลือกประกันสะสมทรัพย์หรือประกันสุขภาพก่อน?
หากต้องการสร้างวินัยการออมในรูปแบบประกันและวางแผนภาษี ประกันสะสมทรัพย์อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่หากกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลหรือมีภาระทางการเงินที่อาจได้รับผลกระทบจากการเจ็บป่วย ควรให้ความสำคัญกับประกันสุขภาพก่อน
14. เลือกประกันลดหย่อนภาษีอย่างไรให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเอง?
ควรพิจารณาจากเป้าหมายทางการเงินและความต้องการความคุ้มครองเป็นหลัก เช่น หากต้องการออมเงินในรูปแบบประกัน อาจเหมาะกับประกันสะสมทรัพย์ หากต้องการดูแลสุขภาพอาจเหมาะกับประกันสุขภาพ หรือหากต้องการเตรียมความพร้อมสำหรับวัยเกษียณอาจเหมาะกับประกันบำนาญ โดยสิทธิลดหย่อนภาษีเป็นประโยชน์เพิ่มเติมที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการวางแผนประกัน
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำประกัน
• การพิจารณารับประกันเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท
• ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ประกอบการนำเสนอเท่านั้น ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาและทำความเข้าใจในเอกสารเสนอขายก่อนตัดสินใจทำประกันภัย เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว โปรดศึกษารายละเอียด ข้อกำหนดและเงื่อนไขในกรมธรรม์
• ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์
• ผู้ขอเอาประกันภัยมีหน้าที่แถลงข้อความจริงในการขอเอาประกันภัย การปกปิดข้อความจริง หรือแถลงข้อความเป็นเท็จใดๆ อาจเป็นเหตุให้บริษัทผู้รับประกันภัยบอกล้างสัญญาประกันภัย และปฏิเสธไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
• ค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายในบางรายการตามที่ระบุในกรมธรรม์