สนใจทำประกันเพื่อลดหย่อนภาษี กรอกข้อมูลให้ผู้เชี่ยวชาญติดต่อกลับ​

error icon
เกิดข้อผิดพลาด โปรดลองอีกครั้ง
info icon
You are inquiring about

สิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันแต่ละประเภท​

ประเภทประกัน​วงเงินลดหย่อนสูงสุด (1)​
ประกันชีวิต และ/หรือ ประกันสะสมทรัพย์​สูงสุด 100,000 บาท​
ประกันสุขภาพ และ/หรือ ประกันโรคร้ายแรง ​รวมกันสูงสุด 25,000 บาท โดยเมื่อนำไปรวมกับประกันชีวิตแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท​
ประกันบำนาญ​สูงสุด 200,000 บาท (2)
ประกันสุขภาพบิดามารดา​สูงสุด 15,000 บาท​

แบบประกันที่เหมาะสำหรับแต่ละอัตราภาษี (3)​

ฐานภาษี ประกันแนะนำและจุดเด่น ลดหย่อนภาษีสูงสุด
อัตราภาษี 5% เงินได้สุทธิ 150,001–300,000 บาท เริ่มต้นวางแผน สร้างวินัยการออม
ประกันสะสมทรัพย์ส่งเบี้ย 15 ปี ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิต และเงินก้อนเมื่อครบสัญญา 25 ปี เริ่มต้นออมในรูปแบบประกัน เผื่อไว้สำรองใช้ในอนาคต
100,000 บาท
อัตราภาษี 10–15% เงินได้สุทธิ 300,001–750,000 บาท ลดความเสี่ยง เพิ่มความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ
ประกันชีวิตเพื่อความคุ้มครอง รับความคุ้มครองตลอดชีพ (ถึงอายุ 99 ปี) เลือกชำระเบี้ยได้ถึง 3 แบบ
100,000 บาท
ประกันสะสมทรัพย์ส่งเบี้ย 15 ปี ได้รับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา 25 ปี เริ่มต้นออมในรูปแบบประกัน เผื่อไว้สำรองใช้ในอนาคต
100,000 บาท
ประกันสุขภาพเหมาจ่ายยอดนิยม ที่ควรมีเพื่อปกป้องเงินเก็บ ไม่ให้ต้องหมดไปกับค่ารักษา
25,000 บาท
ประกันโรคร้ายแรง รองรับการเป็นซ้ำได้หลายครั้ง ตรวจเจอรับเงินก้อน ควรมีไว้รองรับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากค่ารักษา
ลดหย่อนได้เฉพาะส่วนที่เข้าเงื่อนไขประกันสุขภาพ รวมสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท
อัตราภาษี 20–25% เงินได้สุทธิ 750,001–2,000,000 บาท เริ่มวางแผนเกษียณ เตรียมพร้อมอนาคต
ประกันชีวิตเพื่อความคุ้มครอง รับความคุ้มครองตลอดชีพ (ถึงอายุ 99 ปี) เลือกชำระเบี้ยได้ถึง 3 แบบ
100,000 บาท
ประกันสะสมทรัพย์จ่ายเบี้ยฯ เพียง 9 ปี แต่ได้รับปันผลตลอดชีพ เหมาะสร้างรายรับและหลักประกันให้ครอบครัว
100,000 บาท
ประกันสุขภาพเหมาจ่ายยอดนิยม ที่ควรมีเพื่อปกป้องเงินเก็บ ไม่ให้ต้องหมดไปกับค่ารักษา
25,000 บาท
เป็นทั้งประกันชีวิตและโรคร้ายแรงในเล่มเดียว จ่ายเบี้ยฯ 20 ปี แต่คุ้มครองตลอดชีพ เบี้ยคงที่ ไม่จ่ายทิ้ง พร้อมรองรับการป่วยซ้ำได้
ส่วนที่เป็นเบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท และส่วนที่เป็นเบี้ยประกันสุขภาพลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท
ประกันบำนาญ เลือกวางแผนได้ตามใจ ทั้งแบบจ่ายเบี้ย 9 ปี หรือทยอยจ่ายจนอายุ 60 ปี
200,000 บาท
อัตราภาษี 30–35% เงินได้สุทธิ 2,000,000 บาทขึ้นไป สร้างความมั่งคั่ง เพื่อส่งต่อให้ครอบครัว
ประกันชีวิตคุ้มครองเริ่มต้น 10 ล้านบาท ช่วยสร้างหลักประกันให้ครอบครัว และรองรับสภาพคล่องทางธุรกิจ
100,000 บาท
ประกันสุขภาพเหมาจ่ายวงเงินสูง ทั้ง OPD และ IPD พร้อมรองรับการเจ็บป่วยในต่างแดน
25,000 บาท
ประกันบำนาญ เพื่อให้ใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มที่ เลือกวางแผนได้ทั้งแบบจ่ายเบี้ย 9 ปี หรือทยอยจ่ายจนอายุ 60 ปี
200,000 บาท
อัตราภาษี 5% เงินได้สุทธิ 150,001–300,000 บาท เริ่มต้นวางแผน สร้างวินัยการออม

ประกันสะสมทรัพย์ส่งเบี้ย 15 ปี ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิต และเงินก้อนเมื่อครบสัญญา 25 ปี เริ่มต้นออมในรูปแบบประกัน เผื่อไว้สำรองใช้ในอนาคต

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท
อัตราภาษี 10–15% เงินได้สุทธิ 300,001–750,000 บาท ลดความเสี่ยง เพิ่มความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ

ประกันชีวิตเพื่อความคุ้มครอง รับความคุ้มครองตลอดชีพ (ถึงอายุ 99 ปี) เลือกชำระเบี้ยได้ถึง 3 แบบ

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท

ประกันสะสมทรัพย์ส่งเบี้ย 15 ปี ได้รับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา 25 ปี เริ่มต้นออมในรูปแบบประกัน เผื่อไว้สำรองใช้ในอนาคต

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายยอดนิยม ที่ควรมีเพื่อปกป้องเงินเก็บ ไม่ให้ต้องหมดไปกับค่ารักษา

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 25,000 บาท

ประกันโรคร้ายแรง รองรับการเป็นซ้ำได้หลายครั้ง ตรวจเจอรับเงินก้อน ควรมีไว้รองรับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากค่ารักษา

ลดหย่อนได้เฉพาะส่วนที่เข้าเงื่อนไขประกันสุขภาพ รวมสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท
อัตราภาษี 20–25% เงินได้สุทธิ 750,001–2,000,000 บาท เริ่มวางแผนเกษียณ เตรียมพร้อมอนาคต

ประกันชีวิตเพื่อความคุ้มครอง รับความคุ้มครองตลอดชีพ (ถึงอายุ 99 ปี) เลือกชำระเบี้ยได้ถึง 3 แบบ

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท

ประกันสะสมทรัพย์จ่ายเบี้ยฯ เพียง 9 ปี แต่ได้รับปันผลตลอดชีพ เหมาะสร้างรายรับและหลักประกันให้ครอบครัว

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายยอดนิยม ที่ควรมีเพื่อปกป้องเงินเก็บ ไม่ให้ต้องหมดไปกับค่ารักษา

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 25,000 บาท

เป็นทั้งประกันชีวิตและโรคร้ายแรงในเล่มเดียว จ่ายเบี้ยฯ 20 ปี แต่คุ้มครองตลอดชีพ เบี้ยคงที่ ไม่จ่ายทิ้ง พร้อมรองรับการป่วยซ้ำได้

เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท และเบี้ยประกันสุขภาพลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท

ประกันบำนาญ เลือกวางแผนได้ตามใจ ทั้งแบบจ่ายเบี้ย 9 ปี หรือทยอยจ่ายจนอายุ 60 ปี

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท
อัตราภาษี 30–35% เงินได้สุทธิ 2,000,000 บาทขึ้นไป สร้างความมั่งคั่ง เพื่อส่งต่อให้ครอบครัว

ประกันชีวิตคุ้มครองเริ่มต้น 10 ล้านบาท ช่วยสร้างหลักประกันให้ครอบครัว และรองรับสภาพคล่องทางธุรกิจ

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายวงเงินสูง ทั้ง OPD และ IPD พร้อมรองรับการเจ็บป่วยในต่างแดน

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 25,000 บาท

ประกันบำนาญ เพื่อให้ใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มที่ เลือกวางแผนได้ทั้งแบบจ่ายเบี้ย 9 ปี หรือทยอยจ่ายจนอายุ 60 ปี

ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท

3 เรื่องต้องรู้ ก่อนทำประกันลดหย่อนภาษี

01
เริ่มจากเป้าหมาย ไม่ใช่จำนวนลดหย่อน

การเลือกซื้อประกันภัยควรเริ่มต้นจากเป้าหมายและความคุ้มครอง ที่ต้องการเป็นอันดับแรก โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นผลพลอยได้ และวางแผนเบี้ยประกันให้อยู่ในระดับที่จัดการได้อย่างราบรื่น ตลอดอายุสัญญา

02
วิธีคำนวณเบี้ยประกันลดหย่อนภาษีได้เท่าไรด้วยตนเองง่ายๆ

เราสามารถคำนวณคร่าว ๆ ว่าเบี้ยฯ ของประกันที่ซื้อสามารถ ลดหย่อนภาษีได้เท่าไรด้วยการเอาเบี้ยฯ ที่จ่ายจริงคูณด้วย เปอร์เซ็นต์ของอัตราภาษี เช่น จ่ายเบี้ยฯ ปีละ 50,000 บาท อัตราภาษี 15% ก็จะประหยัดภาษีไปได้ปีละ 50,000 x 15% = 7,500 บาท

03
เช็กให้ชัวร์ ประกันแบบไหน ลดหย่อนได้เท่าไร

ประกันแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและวงเงินการลดหย่อนภาษี ที่แตกต่างกันตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร จึงต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ:

  • กลุ่มที่ลดหย่อนได้เต็มสิทธิ์: ประกันชีวิตทั่วไป ประกันสุขภาพ ประกันสะสมทรัพย์ และประกันบำนาญ
  • กลุ่มที่ลดหย่อนได้บางส่วน: ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) ยอดลดหย่อนจะคิดเฉพาะส่วนของค่าใช้จ่ายประกันภัย ไม่รวมส่วนเงินลงทุน
  • กลุ่มที่ไม่สามารถลดหย่อนได้: ประกันที่มีระยะเวลาคุ้มครองต่ำกว่า 10 ปี หรือประกันที่อยู่นอกเหนือประเภทที่กรมสรรพากรกำหนด เช่น ประกันชดเชยรายได้
Tip สำหรับมือใหม่: ปรึกษาตัวแทนประกันชีวิตเพื่อพิจารณาความคุ้มครอง ที่เหมาะกับความต้องการและเงื่อนไขภาษีของแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อย​

(1) เบี้ยประกันภัยเฉพาะส่วนที่เข้าเงื่อนไขสามารถหักลดหย่อนภาษี ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด​

(2) ประกันบำนาญใช้ลดหย่อนได้ตามเบี้ยฯ ที่จ่ายจริง สูงสุด 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และ เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท​

(3) รายได้เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้นเพื่อช่วยประเมินฐานภาษี การเลือกประกันควรพิจารณาควบคู่กับเป้าหมายทางการเงิน ความต้องการความคุ้มครอง และสิทธิลดหย่อนภาษีที่ยังเหลืออยู่ของแต่ละบุคคล​


เงินได้สุทธิ (รายได้-ค่าใช้จ่าย-ค่าลดหย่อน)

1. ประกันสุขภาพลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท เมื่อรวมกับประกันชีวิต ประกันสะสมทรัพย์แล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
2. ประกันบำนาญใช้ลดหย่อนได้ตามเบี้ยฯ ที่จ่ายจริง สูงสุด 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
เบี้ยประกันภัยเฉพาะส่วนที่เข้าเงื่อนไข สามารถหักลดหย่อนภาษี ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

1. ประกันประเภทใดสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้บ้าง?​

  • ประกันชีวิต​

  • ประกันสุขภาพ ​

  • ประกันโรคร้ายแรง ​

  • ประกันสะสมทรัพย์​

  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ​

  • ประกันสุขภาพบิดามารดา​

2. ลดหย่อนภาษีด้วยประกันได้สูงสุดเท่าไร?​

  • ประกันชีวิต และ/หรือ ประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้รวมสูงสุด 100,000 บาท​

  • ประกันสุขภาพและ/หรือ ประกันโรคร้ายแรง ลดหย่อนรวมได้สูงสุด 25,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิต และ/ หรือประกันสะสมทรัพย์แล้ว ลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ​

  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขและวงเงินรวมการออมเพื่อการเกษียณที่กฎหมายกำหนด (2)​

  • ประกันสุขภาพบิดามารดา ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท​

​3. ซื้อประกันปลายปียังใช้สิทธิลดหย่อนได้หรือไม่?​

ได้ หากกรมธรรม์มีผลบังคับใช้และชำระเบี้ยประกันภายในปีภาษีนั้น โดยสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายจริงไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับปีภาษีดังกล่าวได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด​

4. หากมีประกันหลายฉบับ สามารถใช้สิทธิรวมกันได้หรือไม่?​

ได้ สามารถนำเบี้ยประกันจากหลายกรมธรรม์มารวมกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แต่ต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดที่กฎหมายกำหนดในแต่ละประเภท​

5. เอกสารใดใช้ประกอบการลดหย่อนภาษี?​
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องแนบเอกสารขณะยื่นภาษี หากได้ให้ความยินยอม (e-Consent) ให้บริษัทประกันนำส่งข้อมูลแก่กรมสรรพากรแล้ว แต่ควรเก็บเอกสารรับรองการชำระเบี้ยประกันหรือหนังสือรับรองจากบริษัทประกันไว้เป็นหลักฐานกรณีที่มีการตรวจสอบในภายหลัง​

หมายเหตุ: สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปีภาษี​

6. ควรจัดลำดับการซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีอย่างไร?​

แนะนำให้เริ่มจากความคุ้มครองที่จำเป็นก่อน ได้แก่​

  1. ประกันชีวิตหรือประกันสะสมทรัพย์​

  2. ประกันสุขภาพ​

  3. ประกันโรคร้ายแรง​

  4. ประกันบำนาญ​

  5. ประกันเพื่อการวางแผนความมั่งคั่ง​

​7. หากมีงบประมาณจำกัด ควรเลือกความคุ้มครองแบบใดก่อน?​

ควรเลือกประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพที่เหมาะกับงบประมาณก่อน เพราะช่วยสร้างหลักประกันทางการเงินและลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดจากการเจ็บป่วยหรือการสูญเสียรายได้​

8. ควรเลือกประกันตามเป้าหมายการเงินหรือสิทธิภาษีก่อน?​

ควรเลือกตามเป้าหมายทางการเงินและความต้องการความคุ้มครองเป็นอันดับแรก ส่วนสิทธิลดหย่อนภาษีถือเป็นประโยชน์เพิ่มเติมที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการวางแผนประกัน​

9. ควรทบทวนแผนลดหย่อนภาษีบ่อยแค่ไหน?​

ควรทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิต เช่น รายได้เพิ่มขึ้น แต่งงาน มีบุตร ซื้อบ้าน หรือเริ่มวางแผนเกษียณ เพื่อให้ความคุ้มครองและสิทธิลดหย่อนภาษียังคงเหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของคุณ​

10. ซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีคุ้มกว่าจ่ายภาษีอย่างเดียวหรือไม่?​

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละบุคคล หากคุณต้องการทั้งสิทธิลดหย่อนภาษี ความคุ้มครอง และการวางแผนการเงินในระยะยาว การทำประกันอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าได้มากกว่าการจ่ายภาษีเพียงอย่างเดียว​

11. หากมีงบประมาณจำกัด ควรซื้อประกันอะไรก่อน?​

ควรเริ่มจากประกันที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของคุณก่อน เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันสะสมทรัพย์ โดยเลือกเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับรายได้และภาระทางการเงิน เพื่อให้สามารถวางแผนได้อย่างต่อเนื่อง​

12. หากมีสวัสดิการบริษัทอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องทำประกันเพิ่มหรือไม่?​

สวัสดิการบริษัทอาจมีข้อจำกัดด้านวงเงินคุ้มครอง และอาจสิ้นสุดเมื่อเปลี่ยนงานหรือเกษียณ การมีประกันส่วนตัวช่วยเพิ่มความอุ่นใจและสร้างความต่อเนื่องของความคุ้มครองในระยะยาว​

13. ควรเลือกประกันสะสมทรัพย์หรือประกันสุขภาพก่อน?​

หากต้องการสร้างวินัยการออมในรูปแบบประกันและวางแผนภาษี ประกันสะสมทรัพย์อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่หากกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลหรือมีภาระทางการเงินที่อาจได้รับผลกระทบจากการเจ็บป่วย ควรให้ความสำคัญกับประกันสุขภาพก่อน​

14. เลือกประกันลดหย่อนภาษีอย่างไรให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเอง?​

ควรพิจารณาจากเป้าหมายทางการเงินและความต้องการความคุ้มครองเป็นหลัก เช่น หากต้องการออมเงินในรูปแบบประกัน อาจเหมาะกับประกันสะสมทรัพย์ หากต้องการดูแลสุขภาพอาจเหมาะกับประกันสุขภาพ หรือหากต้องการเตรียมความพร้อมสำหรับวัยเกษียณอาจเหมาะกับประกันบำนาญ โดยสิทธิลดหย่อนภาษีเป็นประโยชน์เพิ่มเติมที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการวางแผนประกัน​

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำประกัน ​

• การพิจารณารับประกันเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท​​​
• ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ประกอบการนำเสนอเท่านั้น ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาและทำความเข้าใจในเอกสารเสนอขายก่อนตัดสินใจทำประกันภัย เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว โปรดศึกษารายละเอียด ข้อกำหนดและเงื่อนไขในกรมธรรม์​​​​
• ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์​​​​
• ผู้ขอเอาประกันภัยมีหน้าที่แถลงข้อความจริงในการขอเอาประกันภัย การปกปิดข้อความจริง หรือแถลงข้อความเป็นเท็จใดๆ อาจเป็นเหตุให้บริษัทผู้รับประกันภัยบอกล้างสัญญาประกันภัย และปฏิเสธไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย​​​​
• ค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายในบางรายการตามที่ระบุในกรมธรรม์​

​

บทความที่น่าสนใจ