บทความ - Good health

ทำไมวัย 30 ต้องมี "ประกันโรคร้าย" ทุน 3 ล้าน ไม่ใช่แค่เผื่อ...แต่คือเรื่องต้องมี!

5 นาที

โรคร้ายแรงไม่รอให้เราแก่ สถิติชี้วัย 30+ เสี่ยงสูงขึ้นเกือบ 3 เท่า

หลายคนคิดว่าอายุ 30 ยังแข็งแรงดี โรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องของคนวัยเกษียณ แต่รู้ไหมครับว่าจากสถิติ พออายุเข้าวัย 30 โรคร้ายแรงก็เริ่มถามหาแล้วนะครับ! อย่างจากสถิติข้อมูลการเคลมประกันโรคร้ายแรง ของ AIA ก็พบว่า คนวัย 30+ เคลมโรคร้ายแรงมากกว่าคนที่อายุน้อยกว่า ถึง 2.8 เท่า! จึงไม่น่าแปลกใจเลยนะครับที่ช่วงนี้เราจะเห็นข่าวคนวัยนี้เป็นโรคมะเร็งหรือสโตรคกันมากขึ้น

มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งไทรอยด์ คนเคลมเยอะสุด

ข้อมูลจากการเคลมในปี 2568 ของลูกค้า AIA เราพบว่า โรคมะเร็งที่มียอดการเคลมสูงสุดคือ อันดับ 1 โรคมะเร็งเต้านม 31% อันดับ 2 และ 3 ได้แก่มะเร็งไทรอยด์ และมะเร็งปอด ที่ 8% เท่ากัน
 

มะเร็งเต้านม
สำหรับมะเร็งเต้านมนั้นถือเป็นภัยเงียบของสาวๆ เลยทีเดียว เพราะปัจจุบันข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติเผยว่าหญิงไทยมีความเสี่ยงสูงถึง 1 ใน 8 ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง แต่ข่าวดีคือ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสรักษาหายขาดมีสูง ดังนั้นการยิ่งทำประกันเร็วตั้งแต่วัย 30 และคอยหมั่นตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองมะเร็งอยู่เสมอด้วยวิธีเมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ ก็จะช่วยให้ถึงแม้เป็นก็สามารถรักษาตัวได้ทันท่วงทีและมีสิทธิ์หายกลับมาใช้ชีวิตได้ดังเดิม


มะเร็งเต้าปอด
ส่วนมะเร็งปอดนั้นเสี่ยงได้ทุกเพศ โดยความเสี่ยงหลักมีทั้งจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่ และมลภาวะรอบตัวเราอย่าง PM 2.5 ที่แม้ไม่สูบบุหรี่ก็อาจเป็นได้ มะเร็งปอดจึงเป็นมะเร็งที่ติด Top 5 มะเร็งที่พบบ่อยในทั้งเพศชายและหญิง ปัจจุบันมะเร็งปอดสามารถตรวจคัดกรองได้ด้วยวิธีการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปริมาณรังสีต่ำ (Low-dose CT Scan) โดยหากรักษาทันท่วงทีก็มีโอกาสหายเช่นเดียวกัน


มะเร็งไทรอยด์
สำหรับมะเร็งไทรอยด์ เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในต่อมไทรอยด์ และพัฒนาเป็นก้อนมะเร็งขึ้นซึ่งอาจทำให้คลำเจอก้อนที่คอ แม้อาจไม่ใช่มะเร็งที่เป็นพูดถึงกันนัก แต่เราก็เริ่มเห็นสัญญาณจากสถิติการเคลมแล้วว่าเริ่มมีคนเป็นโรคนี้มากขึ้น แต่ข่าวดีคือโรคมะเร็งไทรอยด์มีโอกาสรักษาหายขาดสูง ดังนั้นควรตรวจสุขภาพประจำปี และทำประกันเพื่อให้สามารถรักษาตัวได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่าย 

เปิดค่ารักษา-ค่าใช้จ่ายโรคร้ายแรง "จ่ายเองอาจเจ็บจนจุก” ถ้าไม่มีประกัน

อัปเดตข้อมูลค่ารักษาโรคร้ายแรง “มะเร็ง หัวใจ หลอดเลือดสมอง” จากฐานข้อมูลการเคลมประกันสุขภาพลูกค้า AIA ปี 2568


โรคมะเร็ง:
ค่าผ่าตัดเริ่มต้นที่ 2 แสน - 6 แสนบาท

หากต้องฉายแสงหรือคีโมอาจพุ่งไปถึง 2 ล้านบาทต่อคอร์ส
หากรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) อยู่ที่ปีละ 4 ล้านบาท

ทั้งนี้จะรักษาด้วยวิธีใดขึ้นอยู่กับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อให้เหมาะสมกับชนิดและความรุนแรงของโรคที่เป็น และอาจต้องใช้เวลารักษานานต่อเนื่องหลายปี ขึ้นอยู่กับการตอบสนองในการรักษาของผู้ป่วย แต่รวมๆ แล้วค่ารักษาต้องมีหลักล้านแน่นอน

 

โรคหัวใจ:
การผ่าตัดบายพาส ใช้เงินเฉลี่ย 5 แสน - 1.7 ล้านบาท

การผ่าตัดเปลี่ยนหรือซ่อมลิ้นหัวใจ 8 แสน – 1.5 ล้านบาท

 

โรคหลอดเลือดสมอง:
ค่าผ่าตัดสมองแบบเปิดกระโหลก 3.7 แสน – 2 ล้านบาท

ค่าผ่าตัดสมองด้วยการใช้สายสวนหรือขดลวด 4.3 แสน – 1.5 ล้านบาท
 

ค่าใช้จ่ายหลังออกจากโรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายช่วงขาดรายได้
นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายหลังจากออกจากโรงพยาบาลที่ไม่ควรมองข้าม เช่น ค่าตรวจติดตาม ค่าใช้จ่ายช่วงพักฟื้นเมื่อกลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน เช่น หากป่วยเป็นสโตรก ก็อาจต้องจ้างผู้ช่วยหรือพยาบาลมาดูแล หรือเข้าศูนย์บำบัดฟื้นฟู

ค่าใช้จ่ายอีกส่วนนึงคือ ค่าใช้จ่ายช่วงขาดรายได้ กรณีป่วยแล้วร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถกลับไปทำงานได้ ก็ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเผื่อไว้ อย่างค่าน้ำค่าไฟ ค่ากินอยู่ รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับภาระที่รับผิดชอบอยู่ เช่น ค่าดูแลคนในครอบครัว หรือ ภาระหนี้สินต่างๆ ที่มีอยู่เดิม เช่น การผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือบัตรเครดิต ก็ต้องมีเงินอีกสักก้อนไว้สำรองตรงนี้ โดยเมื่อรวมค่าใช้จ่ายสองส่วนนี้อาจตกอยู่ที่ประมาณ 600,000 – 1,000,000 บาทต่อปีได้เลยทีเดียวสำหรับคนที่เป็นเสาหลักของบ้าน

 

30 Up ต้องมี 3 ล้าน! เพราะสวัสดิการที่มี...เอาไม่อยู่ในวันที่ป่วยจริง

หลายคนอาจชะล่าใจเพราะมีประกันกลุ่มจากบริษัท หรือประกันสังคมอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง แค่นี้ยังไม่เพียงพอสู้ค่าใช้จ่ายจากโรคร้ายแรง และยังอาจต้องเผชิญกับปัญหาข้อจำกัดในการเบิกค่ารักษาหรือค่ายาบางชนิด และสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ถ้าเราป่วยหนักจนทำงานไม่ไหว ประกันกลุ่มซึ่งเป็นสวัสดิการของบริษัทก็จะหายไปพร้อมกับงานของเรา ขณะที่ประกันสังคมก็จะดูแลต่อหลังจากนั้นเพียง 6 เดือน จนเหลือเพียงสิทธิรักษาจากบัตรทอง การมีประกันโรคร้ายแรงความคุ้มครองขั้นต่ำ 3 ล้าน จึงเป็น "ก๊อกสอง" ที่ทำให้เรามั่นใจว่าจะมีเงินเพียงพอทั้งค่ารักษาและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เมื่อเป็นโรคร้ายแรง

ดังนั้นแล้วเราจึงอยากแนะนำให้เมื่อถึงวัย 30 ต้องเริ่มมีประกันโรคร้ายแรงติดตัวเป็นอย่างน้อย และมีความคุ้มครองขั้นต่ำ 3 ล้านบาท โดยรีบทำในวันที่สุขภาพยังคงดีอยู่ เพื่อให้ได้ความคุ้มครองเต็มที่ ก่อนที่ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะวัยนี้คือวัยที่เหมาะสมที่สุดในการทำประกัน เป็นวัยที่มีความพร้อมทั้งเรื่องเงินและสุขภาพ เริ่มต้นวางแผนความคุ้มครองโรคร้ายแรง ตั้งแต่ตอนนี้รับรองว่าอุ่นใจกว่าแน่นอน

หมายเหตุ:
• ข้อมูลนี้ใช้ประมาณการค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น ค่ารักษาพยาบาลของแต่ละเคส อาจแตกต่างกันออกไปตามชนิดและความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการรักษา และอัตราค่ารักษาของแต่ละโรงพยาบาล
• ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
• ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์

ลูกค้าสนใจทำประกันเมื่ออ่านบทความเกี่ยวกับสุขภาพ

error icon
เกิดข้อผิดพลาด โปรดลองอีกครั้ง
info icon
You are inquiring about