บทความ - Best Wealth

How To ลดหย่อนภาษีแบบจุใจ ซื้อประกันอย่างไร ให้ลดหย่อนภาษีได้เต็มแม็กซ์ 300,000 บาท

4 นาที
ภาษี ลดหย่อนภาษี ประกันชีวิต ประกันโรคร้ายแรง ประกันสุขภาพ ประกันชีวิตแบบบำนาญ ประกันชีวิตควบการลงทุน ประกันสะสมทรัพย์

วิธีลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท แบบที่ 1

หลายคนคงทราบกันดีว่าเราสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจาก “เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป” ได้ 100,000 บาท โดยส่วนนี้สามารถรวมกับ “เบี้ยประกันสุขภาพ” ได้สูงสุด 25,000 บาท เช่น ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ประกันโรคร้ายแรง

และเมื่อรวมกับ “เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ” (แบบลดหย่อนภาษีได้) ที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ก็จะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้รวมสูงสุดถึง 300,000 บาท เลยทีเดียว โดยการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญนี้จะต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี

 

วิธีลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท แบบที่ 2

⚠️ หากยังไม่มี “ประกันชีวิตทั่วไป” สามารถทำเฉพาะ “ประกันชีวิตแบบบำนาญ” (ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท)

ถ้าคุณยังไม่มีประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพใด ๆ เลย ก็สามารถซื้อ “ประกันชีวิตแบบบำนาญ” เพื่อลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียวได้สูงสุดถึง 300,000 บาท โดยประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ทั้ง 100,000 บาทแรก และ 200,000 บาทหลัง ทำให้ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีรวมกันสูงสุด 300,000 บาท ทั้งนี้ การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญนี้จะต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี

 

วิธีลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท แบบที่ 3

⚠️ มี “ประกันชีวิตทั่วไป” แล้ว แต่ยังลดหย่อนได้ไม่เต็มสิทธิ์ 100,000 บาท สามารถใช้ “เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ” มาลดหย่อนภาษีส่วนที่เหลือ ให้ครบ 100,000 บาท ได้ รวมกับ “เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ” ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้อีกสูงสุด 200,000 บาท

สำหรับใครที่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปยังไม่ครบ 100,000 บาท ก็สามารถนำเบี้ยของประกันชีวิตแบบบำนาญมาลดหย่อนรวมเข้าไปในส่วนนี้ได้ และยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในส่วนของ 200,000 บาทหลัง ของเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้ในจำนวนเต็มอีกเช่นกัน โดยการใช้สิทธิ์ลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญนี้จะต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี

ประกันที่ดีที่สุดของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน สำคัญที่สุดคือต้องเหมาะกับเรา เพื่อผลประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ถ้าคุณกำลังมองหาแบบประกันที่ให้ทั้งความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ลองพิจารณาแบบประกันเหล่านี้

หมายเหตุ
- ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครอง ของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
- ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์
- เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด